เจอเลขเด็ด “ก๋งเก๊าและก๋งบ๋วน” ภายในตึกร้าง หลังให้โชค หลังให้โชค

เจอเลขเด็ด  “ก๋งเก๊าและก๋งบ๋วน” ภายในตึกร้าง  หลังให้โชค หลังให้โชค

ชาวบ้านจากทั่วสารทิศแห่นำของเส้นไหว้กราบไหว้ 2 ชาวจีน “ก๋งเก๊าและก๋งบ๋วน”

ภายในตึกร้าง หรือชาวบ้านเรียกกันว่านาตึก กันไม่ขาดสาย หลังให้โชคชาวบ้าน ตรวจหวยถูกรางวัลใหญ่ หลังให้โชคต่อกัน 

จนล่าสุดมีการสร้างสะพานใหม่ และบูรณะรอบอาคารร้างกว่า 1.6 แสนบาท และเตรียมเปิดตลาดน้ำสะพานตึกแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

(01 ก.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน

 ชาวบ้านและบรรดานักเสี่ยงโชคจากทั่วสารทิศ ทั้งในจังหวัดราชบุรี และต่างจังหวัด 

เดินทางนำเครื่องเส้นไหว้ มากราบไหว้ 2 ชาวจีน “ก๋งเก๊าและก๋งบ๋วน”

ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเจ้าที่หรือเจ้าของที่ปกปักรักษา อาคารร้างโบราณ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “นาตึก” ที่มีอายุเก่าแก่ 97 ปี

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2465  ในสมัยของรัชกาลที่ 6 ที่ให้โชคกับบรรดาชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคติดต่อกันถึง 12 งวด

จนทำให้เป็นที่เรื่องชื่อโด่งดังไปทั่วประเทศต่างแห่กันเดินทางมาเพื่อแสวงหาเลขเด็ดจาก อาคารตึกโบราณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจบรรยากาศช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนเดินทางมากันจำนวนมากไม่ขาดสาย และพบการเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งก่อน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา 

โดยมีการจัดสร้างสะพานเหล็ก แบบสะพานโค้งไร้ตอม่อ  ขึ้นมาใหม่ ที่ทอดยาวคู่กับสะพานทางเดินของเดิม พร้อมทั้งประดับไฟอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแผงลอย จำหน่ายอาหาร 

และเครื่องดื่ม ดังกับที่ตรงนี้มีการจัดงาน 

เมื่อเดินข้ามสะพานเพื่อที่จะเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาคารตึกโบราณ พบว่าที่บริเวณทางเข้าอาคารทั้ง 2 ด้าน มีการทำประตูเหล็กสเตนเลสอย่างสวยงาม

ส่วนบรรยากาศการกราบไหว้ขอโชคลาภของชาวบ้าน ซึ่งมีชาวบ้านต่างนำธูปเทียน และ พวงมาลัยมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรและโชคลาภจากอาก๋งทั้ง  2 ตามความเชื่อ และยืนส่องเลขเด็ดตามผนังของอาคาร ทั้งด้านในและด้านนอก 

อีกทั้งยังมีการนั่งเขย่าติ้ว เพื่อขอให้เจอเลขเด็ด ตามโชคของแต่ละคน จากกระบอกเซียมซีที่มีไว้นับ 10 ชุด ขณะที่บางคนจะไปกราบไหว้ขอโชคลาภจากศาลจอมปลวกที่ชาวบ้านตั้งชื่อว่า “ศาลปู่ย่าจอมทอง” โดยจะนำผ้าสามสี ดอกไม้ และน้ำแดงมาถวายและขอโชคขอลาภ

หนึ่งในผู้ที่ดูแลนาตึก  เผยว่า หลังจากที่มีชาวบ้าน  และนักเสี่ยงโชค

ที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ    เพื่อมาขอโชคลาภ และมีโชคลาภ จริงตามที่มาขอต่าง ก็กลับมานำเงินมาบริจาคสมทบทุน และร่วมกันเป็นเจ้าภาพ 

โดยได้ดำเนินการจัดสร้างสะพานขึ้นมาใหม่   เพื่อใช้สำหรับข้ามฟาก จากบ้านสะพานตึก 

หมู่ที่ 8 มายัง  อาคารนาตึก ซึ่งอยู่หมู่ที่ 6  ของตำบลหนองชุมพล ซึ่งมีแม่น้ำชำแหละคั่นกลาง

 โดยสะพานที่จัดสร้างเป็นสะพานเหล็กรูปทรงสะพานโค้งเพื่อยึดให้มีความคงทนแข็งแรง 

เนื่องจากไม่มีตอม่อ พร้อมประดับไฟเพื่อความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างประตูทางเข้าออกทั้ง 2 ด้าน รวมมูลค่าเป็นเงินจำนวน 160,000 บาทเศษ ทั้งนี้เกินจากแรงศรัทธาของชาวบ้านทั้งสิ้น และในอนาคตเรากำลังที่จะขยายทำโรงทาน เพื่อที่จะจัดอาหารไว้เลี้ยงสำหรับผู้ที่เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นาตึกแห่งนี้

ทางด้าน นางวันดี เกียรติดำ อายุ 72 ปี เจ้าของที่นาและอาคารร้างหลังดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า อาคารตึกโบราณล้างแห่งนี้ คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ปี พ.ศ.2465 อายุ 97 ปี ซึ่งปรากฏหลักฐานจากการจารึกอักษร พ.ศ.ที่ด้านหน้าอาคารและหลังอาคาร อยู่บนผืนนาในหมู่ที่ 6 ตำบลท่าชุมพล อำเภอโพธาราม โดยที่โฉนดฉบับจริงทั้งแต่เริ่มมีการออกโฉนด ออกครั้งแรกเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นของปู่เช้า และ ย่าพวง

ปัจจุบันตนได้รับการสืบทอดมาจากพี่สาวของพ่อที่ยกให้ตนดูแลก่อนที่จะเสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีก่อน จำนวน 12 ไร่ และยกคืนให้กับทางรัฐเพื่อขายคลองจำนวน 1 ไร่ เหลือเพียง 11 ไร่ ซึ่งตนเองเห็นอาคารนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก และมีสภาพสมบูรณ์ 

โดยมีคนชาวจีนใจบุญมาสร้างเป็นที่พักให้คนนั่งพักร้อนช่วงทำนา และด้านหลังของอาคารจะอยู่ติดริมคลอง สมัยก่อนลำคลองนี้จะมีเรือวิ่งผ่านค้าขาย และจากการที่ให้ชาวจีนที่อยู่จังหวัดระยองเดินทางมาแปลภาษาจีนที่จารึกไว้ในตัวอาคารตึกร้าง

ซึ่งแปลแล้วมีความหมายถึงรายนามของชาวจีนทั้งหญิงและชายรวมแล้ว 29 คน แต่สามารถถอดแปลภาษาได้เพียง 25 คน ส่วน อีก 4 คน เลือนรางไม่สามารถอ่านได้ว่าชื่ออะไร ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหมายเพราะเชื่อว่าสมัยก่อนพื้นที่แห่งนี้เป็นที่อุดมสมบูรณ์เป็นเส้นทางค้าขาย มีชาวจีนใจบุญร่วมทุนกันเพื่อสร้างอาคารดังกล่าวเป็นสถานที่พักเมื่อเวลาเดินทางสัญจรมาเส้นทางนี้

นางวันดี  กล่าวว่า ตนยินดีที่สถานที่แห่งนี้มีคนรู้จักกัน    อย่างแพร่หลายมีประชาชนเดินทางมาจากทั่วสารทิศ มีการมาบูรณะ   อาคารหลังนี้จนกลายเป็นที่ผู้คนเดินทางมา กันอย่างไม่ขาดสาย 

จนในอนาคตทางชุมชนจะได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการค้าขายตลาดนัดโดยใช้เรือพายอยู่ในลำคลอง ซึ่งจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่   นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ตนเองอยากฝากว่า 

ทางตนและสามีไม่ได้ต้องการสร้างความงมงายให้กับชาวบ้าน ก่อนที่จะมาบูรณะมีชาวบ้านมาพบเห็นและสนใจจึงนำไปโพสต์ผ่านสื่อจนมีคนรู้จักกันอย่างแพร่หลาย อยากให้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ดวงใครดวงมัน มากราบไหว้ได้ และต้องมีสติ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น