หลวงพ่อ โอภาสี ตำนานพระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของเมืองไทย

หลวงพ่อ โอภาสี เล่าขานตำนานพระเกจิอาจารย์ดังของเมืองไทย พระผู้มีอิทธิปาฏิหาริย์ที่ถูกกล่าวขานอย่างกว้างขวาง แล้วยังมีวัตถุมงคลหลายรูป ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทางด้านพุทธคุณ ต่าง ๆ เหล่าลูกศิษย์ลูกหาต่าง เคารพบูชาไม่เสื่อมคลาย สำหรับวันนี้เรา จะมากล่าถึงเรื่องจุดกำเนิดของเรื่องราวฟระเกจิอาจารย์ดังอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยกัน

ตำนานพระเกจิอาจารย์ หลวงพ่อ โอภาสี

สมัยเมื่อราวๆปี ๒๔๘๕ เขตบางมด ฝั่งธนบุรี พื้นที่โดยมากเต็มไปด้วยสวนส้มอันขึ้นชื่อลือชา ที่เรียกกันว่า “ส้มบางมด” ได้มีภิกษุรูปหนึ่งเดินธุดงค์มาปักกลด ด้วยความประพฤติอันน่าศรัทธาเลื่อมใสชาวบ้านก็เลยพากันไปกราบไหว้เป็นประจำ กระทั่งเศรษฐีเจ้าของที่ได้ยกที่ดินให้สร้างเป็น อาศรมบางมด และก็ได้นิมนต์ให้แก่ท่านอยู่เป็นการถาวร

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของที่มาที่พระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของประเทศไทยหมายถึงหลวงพ่อโอภาสี พระภิกษุสงฆ์ผู้มีอิทธิปาฏิหาริย์เป็นที่กล่าวขานอย่างมากมาย และก็วัตถุบูชามากมายหลายแบบของท่านที่สร้างชื่อโด่งดังทางด้านพระพุทธคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอยู่ยงคงกระพันชาตรี หรือเมตตามหานิยม แล้วก็เป็นที่ยอมรับกันอย่างมาก คือ การค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง จนกระทั่งกล่าวได้ว่าท่านเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่งที่มีคนประเทศไทยเชื้อสายจีน ตั้งแต่อดีตกาลจนกระทั่งปัจจุบันที่ประกอบกิจการค้าขาย นับถือท่านเป็นที่สุด เพราะว่าเช้าใจกันว่า ได้เคารพบูชาขอพรจากท่านแล้ว จะบรรลุผลสำเร็จสมหวังเสมอ โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของธุรกิจการค้า จะเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นตลอดระยะเวลา

หลวงพ่อ โอภาสี



เรื่องราว หลวงพ่อ โอภาสี ท่านมีนามเดิมว่า “ชวน มะลิพันธุ์” เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช กำเนิดที่ อำเภอปากพนัง เมื่อปี ๒๔๔๑ เมื่อโตขึ้นได้เล่าเรียนเขียนอ่านและก็ได้บวชเป็นเณรที่วัดโพธิ์ ในเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อจบชั้นมัธยมที่ ๖ ท่านได้เดินทางเข้าจ.กรุงเทพฯ ญาติได้นำไปฝากไว้กับ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้บวชเป็นพระสงฆ์ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ทรงเป็นอุปัชฌาย์

ภายหลังบรรพชาแล้ว หลวงพ่อได้ศึกษาเล่าเรียนเพิ่มต่อที่วัดบวรฯ กระทั่งสอบได้เปรียญ ๕ ประโยค ต่อจากนั้นท่านได้หันไปสนใจด้านวิชาอาคม รวมทั้งได้เดินธุดงค์ไปเรียนวิชาอาคมต่างๆจากหลายพระอาจารย์ เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกือบจะ ๒๐ ปี โดยพระอาจารย์ที่ท่านได้เรียนวิชานานที่สุดเป็นหลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา จังหวัดจังหวัดนครนายก ทำให้ท่านดำเนินรอยตามวิชาของอาจารย์ท่านเป็นบูชาเพลิงเป็นการเรียนเรื่องเพ่งกสินไฟ เพื่อจิตใจสงบนิ่ง รวมทั้งหลุดพ้นจากกิเลสต่างๆด้วยการนำข้าวของทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ได้รับมาโยนเข้ากองไฟหมด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีมูลค่ามากมายแค่ไหนก็ตาม ด้วยความเอาจริงเอาจังในวิชาที่เรียน ทำให้ท่านมีจิตใจที่กล้าแข็ง วิชาอาคมที่เรียนมาก็เลยเข้มขลัง

จากการที่ท่านได้กลับมาอยู่วัดบวรฯ อีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งได้ประกอบพิธีบูชาไฟ ทำให้ไม่สะดวกในการประกอบพิธี เนื่องจากเริ่มมีลูกลูกศิษย์ที่นับถือต่างเดินทางมาหาท่านที่วัดมากขึ้นทุกคนได้ประสบพบเห็นปาฏิหาริย์ต่างๆที่หลวงพ่อได้ช่วยเหลือในหลายๆเรื่อง ท่านมีความคิดเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในวัดหลวงที่นี้ต่อไป ก็เลยได้เดินทางธุดงค์ไปอยู่ที่เขตบางมด ก็ยังมีศิษย์ติดตามไปทำบุญกับท่านมากมายเหมือนเดิม



ช่วงเวลาเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อมาก ก็เลยได้สร้างสำนักสงฆ์อาศรมบางมด ขึ้นถวายท่านให้อยู่อย่างถาวรสืบไป ทำให้สำนักสงฆ์ที่นี่เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนถึงทุกวันนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น วัดหลวงพ่อโอภาสี ด้วยมีผู้เชื่อถือเดินทางมาหาขอให้ท่านช่วยเหลือในเรื่องต่างๆซึ่งหลวงพ่อได้เมตตาอนุเคราะห์ให้ตามความสมควร ผู้คนที่มาขอให้หลวงพ่อช่วยเป็นที่พึ่งพิง มีทั้งยังชาวบ้านชาวสวน รวมทั้งเศรษฐี เจ้าสัวจากบริเวณเยาวราช สำเพ็ง บางลำพู อื่นๆอีกมากมาย แม้กระทั้งนายจ้างชั้นผู้ใหญ่ เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ไปกราบไหว้ท่าน และร่วมทำบุญสร้างวัดกับท่านบ่อยๆ

สำหรับเรื่องการบูชาไฟนั้น นับเกิดเรื่องที่สร้างความสงสัย และก็เป็นปาฏิหาริย์ที่มีผู้เจอกับตนเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถวายข้าวของมีค่าอะไรก็แล้วแต่ให้ท่าน จากนั้นไม่นานการงานการค้าขายจะเจริญก้าวหน้าด้วยดี ทรัพย์สินจะพอกพูนขึ้นจนกระทั่งน่าแปลกใจ แต่ว่าถ้าเกิดคนไหนกันแน่เกิดเสียดายของ เวลาที่เห็นท่านโยนเข้ากองไฟ เมื่อกลับมาถึงหน้าบ้าน จะมองเห็นข้าวของหรือเงินที่ถวายแล้วท่านเผาไฟกลับมาอยู่ข้างในบ้านได้เองอย่างน่าพิศวง ประเด็นนี้เป็นที่ร่ำลือต่อๆกันมา ในทุกๆวันจะมีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ไปไหว้รวมทั้งร่วมทำบุญทำทานกับหลวงพ่อตลอดระยะเวลา

ความแปลกประหลาดที่เกี่ยวกับ หลวงพ่อ โอภาสี ที่มีผู้พูดถึงกันบ่อยๆคือ การเดินทางไปแสดงตัวในที่ต่างๆของหลวงพ่อ ในวันขณะเดียวกัน มีคนเห็นท่านในหลายจังหวัดพร้อมเพียงกัน ทั้งที่แต่ก่อนการเดินทางไปแต่ละจังหวัดต้องใช้เวลานาน บางพื้นที่ใช้เวลาเป็นวันก็มี เรื่องราวปาฏิหาริย์แบบนี้มีผู้กล่าวถึงเสมอๆ

หลวงพ่อโอภาสี มรณภาพตอนวันที่ ๓๑ เดือนตุลาคม ๒๔๙๘ ปัจจุบันวัดหลวงพ่อโอภาสียังมีประชาชนมากมายมาราบไหว้สรีระของท่านอยู่เป็นประจำเลยเพื่อขอพรให้หลวงพ่อช่วยเหลือในเรื่องการค้าการขาย ซึ่งมักจะบรรลุเป้าหมายสมหวังเสมอ ถือได้ว่าถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว ก็ยังเป็นที่พึ่งพิงของศิษย์ตลอดระยะเวลา

วัตถุมงคล ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ

๑.เหรียญรุ่นแรก สร้างเป็นของที่ระลึกเมื่อ พุทธศักราช๒๔๙๕ เป็นเหรียญทรงกลม ข้างหน้ารูปหลวงพ่อครึ่งองค์ ข้างหลังเป็นยันต์สวัสดิกะ อันเป็นยันต์ประจำตัวของท่าน บริเวณขอบข้างหลัง มีอาคมที่หลวงพ่อมักให้ลูกศิษย์ท่องเอาไว้เสมอ เนื่องจากมีพระพุทธคุณดีในหลายๆด้านเป็นคาถาอาคม “อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง” นับเป็นมนต์ที่ลูกศิษย์หลวงพ่อโอภาสีทุกคนท่องจนกระทั่งขึ้นใจ เหรียญรุ่นนี้มีจำนวนการผลิตไม่แน่ชัด สร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงอย่างเดียว ข้างหน้ามีแม่พิมพ์เดียว ข้างหลังมี ๓ แม่พิมพ์ เหมือนๆกัน ไม่เหมือนกันที่ขนาดยันต์ตรงกลาง รวมทั้งตัวอักษรเท่านั้น

๒.เหรียญรุ่น ๒ สร้าง พุทธศักราช๒๔๙๖ เป็นเหรียญที่สร้างปริมาณน้อย รวมทั้งพบได้มากในย่านบางมดเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนรุ่นก่อน นิยมใส่เหรียญนี้กันมาก โดยกล่าวตรงกันว่า ดีทางปกป้องเขี้ยวจากงูที่มีพิษ มีผู้ถูกงูที่มีพิษกัดแต่ว่าไม่เข้า เรื่องนี้เลื่องลือกันมากมาย เท่าที่เคยเจอ เหรียญรุ่นนี้มีเนื้อทองแดง แล้วก็เนื้อเงิน (มีน้อยมาก) ข้างหน้าเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์ ข้างหลังเป็นยันต์ มีพญานาคคู่ รวมทั้งตัว “อ” รัศมี ย่อมาจากชื่อของหลวงพ่อ

๓.เหรียญรุ่น ๓ สร้าง พุทธศักราช๒๔๙๗ มี ๒ แบบ ที่รู้จักรวมทั้งเจอกันบ่อยๆเป็นเหรียญด้านหน้าหลวงพ่อหันข้าง ด้านหลังเป็นรูปศาลา กึ่งกลางเป็นพญาครุฑ ข้างล่างบอกปี พุทธศักราชที่สร้าง มีทั้งแบบข้างหลังที่เรียกว่า พิมพ์มีราวบันได รวมทั้ง พิมพ์ไม่มีราวบันได (มองที่เส้นตั้งชันที่ลูกรงบันไดทางเท้าขึ้นศาลา) เหรียญรุ่นนี้หลวงพ่อนำไปแจกที่บ้านเกิดของท่านด้วยหมายถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจำนวนมาก พบเห็นเฉพาะเนื้อทองแดง เพียงอย่างเดียว มีทั้งแบบรมดำและไม่รมดำ

๔.เหรียญรุ่นสุดท้าย เป็นเหรียญรูปพญาครุฑแบกสีมา สร้าง พุทธศักราช๒๔๙๘ เหรียญรุ่นนี้สร้างมากมาย ชาวบ้านในพื้นที่บางมดนิยมกันมาก เนื่องจากหลวงพ่อได้สั่งย้ำให้เอาไว้ประจำตัว พร้อมด้วยบอกเป็นนัยๆว่าเป็นรุ่นสุดท้ายของท่าน จากนั้นไม่นานหลวงพ่อก็มรณภาพ เหรียญรุ่นนี้พบเจอเฉพาะเนื้อทองแดงรมดำและไม่ได้รมดำ นอกนั้นยังมีเนื้อเงิน แต่ว่ามีจำนวนสร้างน้อยหายากมาก ๆ

ตลอดระยะเวลาที่ หลวงพ่อ โอภาสี อาศัยอยู่ที่สำนักสงฆ์ที่นี้ ศิษย์จะเห็นว่า หลวงพ่อเชื่อถือเลื่อมใสองค์พญาครุฑ แล้วก็ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ เป็นอย่างยิ่ง

เหรียญหลวพ่อโอภาสี ทุกรุ่น นับเป็นวัตถุบูชาที่มีพระพุทธคุณสูง น่าบูชาประจำตัวเป็นอย่างยิ่ง อาทิเช่นเหรียญรุ่นแรก จัดเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมลำดับที่หนึ่งของแวดวงพระ ราคาแพงสูง เหรียญของท่านบูชาแล้วจะประสบผลสำเร็จสำหรับการดำรงชีวิต ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมกันมากมาย ร่ำลือว่าดียอดนักในเรื่องค้าขายก้าวหน้า รวมทั้งเรื่องแคล้วคลาด หนังเหนียว มีเรื่องราวให้ได้ยินมานานมาก นับเป็นเหรียญพระเครื่องลางชั้นยอดที่น่าเลื่อมใสเชื่อถือ บูชาประจำตัวได้อย่างมั่นอกมั่นใจในอานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์

ซื้อหวยออนไลน์ ราคาดีที่สุดในประเทศ ที่นี่

นำเสนอเรื่องราวดัง ๆ พระเกจิ ตำนานดัง นำเสนอ ข่าวหวย เลขเด็ด เลขดัง อัพเดททุกวัน กระชับ ติดตามเราไว้ ซื้อหวยออนไลน์ กับระบบ ที่ทันสมัย ถ้าถามถึงจุดเด่น ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นความมั่นคงทางการเงิน ได้เงินชัวร์การันตีเลย


ประวัติความเป็นมา ตำนานหลวงพ่อโอภาสี เลือก เล่นหวยออนไลน์ กับเรา จุดเด่น คือ มีการเงินที่มั่นคง จ่ายจริง รับแทงหวยออนไลน์ อย่าลืม ซื้อหวยออนไลน์ กับเว็บของเรา เพราะ HUAYCLUB เป็นเว็บหวยออนไลน์ บาทละ 900 ที่จ่ายหนัก ๆ พร้อมทั้งยังเปิดบริการหวยออนไลน์ ครบวงจร มีทุกหวยที่ท่านต้องการเเทง เเถมยังจ่ายหวยรัฐบาลสูงสุดถึง บาทละ 900 กันเลยทีเดียว จ่ายเเพงกว่านี้ไม่มีอีกเเล้ว สมัครกับเรา HUAYCLUB -> หวยออนไลน์