คําชะโนด อุดรธานี ตำนานและความเป็นมาของความขลัง

คําชะโนด อุดรธานี ความศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองอีสาน ดังไปทั่วทุกสารทิศเนื่องจากมีความขลังศักดิ์สิทธิ์ขอสิ่งใดก็สมปารถนา ตำนานที่มาที่ไปของคำชะโนด เดิมสถานที่คำชะโนดตั้งอยู่ในการปกครองของ ตำบลบ้านม่วง จังหวัดอุดรธานี จากสมัยก่อนจนกระทั่งตอนนี้จากตำนานการกล่าวขานสืบมา 

คําชะโนด อุดรธานี เล่าขานตำนาน และ ความเป็นมา

ซึ่งในตอนที่ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร มาถึงตอนที่ได้มีการบันทึกประวัติความเป็นมาแบบลายลักษณ์อักษรโดยการค้นหาจากการกล่าวขานจากคนโบราณมาเป็นระยะๆสืบต่อกันมาคำชะโนดตำนานบอกว่า เมืองคำชะโนดนี้ได้กล่าวขวัญสืบต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า จนกระทั่งตอนนี้ เมืองคำชะโนดตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ปัจจุบันนี้อยู่ในพื้นที่บ้านโนนเมืองหมู่ที่ 11 ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้มีผู้คนย้ายถิ่นที่อยู่มาอาศัยเดิม เดินทางมาก่อสร้างครอบครัวที่บ้านโนนเมือง ระยะทางห่างจากอำเภอบ้านดุงราวๆ 21 กม. 

พื้นที่บริเวณรอบๆเป็นแหล่งน้ำคลำ มีต้นไม้เกิดขึ้นด้านในรอบๆพื้นที่ราว 20 ไร่ ต้นไม้ประเภทนี้เรียกว่าต้นชะโนด มีลักษณะพิเศษเหมือนตาล แต่ว่าขนาดลำต้นสูงยาวเรียวเล็กกว่าตาล ขนาดก็เท่าๆกับต้นมะพร้าว ก้านใบจะมีหนามแหลมยาวคม ใบจะมีลักษณะเหมือนใบตาล เวลาเจอลมจะเกิดเสียงแล้วก็วังเวง ต้นชะโนดมีผลเป็นพวงลูกเล็กเท่าพวงองุ่นเล็ก บริโภคไม่ได้ ถ้าเกิดบริโภคจะมีลักษณะอาการคันปาก ต้นชะโนดเป็นพืชที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาตินับเป็นเวลาหลายพันปีคนโบราณก่อนได้เรียกพืชประเภทนี้ตกทอดกันมาเรียกว่า ต้นชะโนด และก็มั่นใจว่าเมืองชะโนด 

คําชะโนด อุดรธานี

คาดคะเนว่าคงเรียกตามชื่อต้นชะโนดสำหรับสัตว์รวมทั้งพืชที่อยู่ในรอบๆที่ที่นี้จะมีพืชหลายประเภท อย่างเช่น ไผ่ หวายน้ำ ผักกูด ผักชีช้าง ต้นหญ้าบ้อง ต้นหญ้าไซ บัวบก(ผักหนอก) ต้นเดื่อ ต้นไทร ต้นหว้า พืชที่กล่าวมานี้ ในอดีตกาลก่อนหน้าที่ผ่านมามีจำนวนมากมาย แต่ว่าตอนนี้มีคงเหลืออยู่ให้มองเห็นไม่มากมาย ในอดีตกาลจนกระทั่งปัจจุบันนี้จากการกล่าวขานสืบต่อมามีสัตว์นานาจำพวกทั้งสัตว์บกและก็สัตว์น้ำ และก็ประเภทครึ่งบกครึ่งน้ำซึ่งคนรุ่นปู่ย่าตายายตลอดอายุ 

เรียกรอบๆนี้ ว่า ป่าช้างดงเสือ เนื่องจากในสมัยก่อนก่อนหน้านี้มีสัตว์ดูเหมือนจะทุกจำพวกอาศัยอยู่ ตอนนี้อีกทั้งพืชและก็สัตว์พวกนั้น ได้สูญพันธ์ไปเป็นส่วนมากมีที่เหลือให้มองเห็นอยู่บางจำพวก มีจำนวนน้อย คำชะโนด วังนาคินทร์ ดินแดนนาคา หรือเมืองชะโนด 

มีเรื่องมีราวเล่าสืบต่อกันมาว่า เจ้าศรีสุทโธ เป็นพญานาค ครองเมืองหนองกระแสครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งก็เป็นพญานาคเหมือนกัน ชื่อสุวรรณนาค เป็นผู้ครอบครองอีกกึ่งหนึ่งต่างข้างก็มีบริวารข้างละ 5,000 แบบเดียวกัน ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสุขสบาย ไม่มีปัญหาทะเลาะกัน มีความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เป็นเพื่อนตายกันตลอดมา ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงกันอยู่ข้อหนึ่งว่า ถ้าเกิดฝ้ายข้างใดข้างหนึ่งออกไปล่าสัตว์เอามาเป็นของกิน อีกข้างหนึ่งไม่ต้องออกไป 

ด้วยเหตุว่าเกรงว่าบริวารไพร่พลจะมีการกระทบกระทั่งกันอาจจะมีการเกิดการรบราฆ่ากัน แม้กระนั้นก็ตั้งกฏิกาอีกว่า หากฝ่ายที่ออกไปล่าสัตว์ ให้นำเนื้อสัตว์มาแบ่งปันกัน ฝ่ายละเท่าๆกัน แบ่งครึ่งต่อครึ่งทั้ง 2 ข้างอยู่ร่วมกันโดยสุขสงบตลอดมา บังเอิญ ไหม. เหตุมันจะเกิด มันจำเป็นต้องเกิด อยู่มาวันหนึ่ง สุทโธนาค 

พาบริวารไพร่พลออกไปล่าสัตว์ได้ฆ่าช้างเอามาเป็นของกิน ก็ได้แบ่งให้สุวรรณนาคตามข้อตกลงการแบ่งปันครึ่งต่อครึ่ง พร้อมกับมอบขนช้างให้ดูไว้เป็นหลักฐาน ทั้ง 2 ข้างก็ได้รับประทานเนื้อช้างอย่างอิ่ม ถัดมาอีกวันหนึ่ง สุวรรณนาค ได้พาบริวารไพร่พลออกไปล่าสัตว์อีกได้เม่นมา สุวรรณนาคได้แบ่งให้สุทโธนาค ตามข้อตกลงครึ่งต่อครึ่งอย่างเดิม พร้อมทั้งมอบขนเม่นให้ดูไว้เป็นหลักฐาน 

จะมีอะไรเกิดขึ้น ตัวเม่นตัวไม่ใหญ่ แต่ว่ามีขนยาว แข็ง ใหญ่ ปลายขนแหลม เม่นตัวเล็กเวลาแบ่งเนื้อเม่นให้สุทโธนาคก็ได้น้อย สุทโธนาคพิจารณามองว่า 600 ขนาดขนของช้างเล็ก ยาวเรียว ตัวยังใหญ่มหึมา แต่ว่าเม่นขนยาว แข็งใหญ่ ตัวเม่นจะใหญ่ขนาดไหน ถึงยังไงสุทโธนาคบอกว่าตัวเม่นจะต้องใหญ่มากยิ่งกว่าช้างแน่ๆ คิดได้อย่างงี้เลยให้เสนาอำมาตย์นำเนื้อเม่นซึ่งสุวรรณนาคได้แบ่งปันแล้วส่งคืนคืนไปให้สุวรรณนาค 

ข้าพเจ้าไม่รับแล้วพร้อมบอกฝากกับเสนาอำมาตย์ ไปบอกกับสุวรรณนาคว่า ข้าพเจ้าไม่ขอรับเนื้อเม่นที่เป็นส่วนแบ่งที่ไม่ยุติธรรมจากเพื่อนฝูงที่ไม่สุจริต ข้างสุวรรณนาคได้รู้เรื่องจากเสนาอำมาตย์ก็เลยได้เดินทางไปเจอสุทโธนาค เพื่ออธิบายให้ทราบดีว่าเม่น ขนมันยาว แข็ง ใหญ่ แม้กระนั้นตัวมันเล็ก ขอให้สุทโธนาค รับเนื้อเม่นไว้กินเถิด สุวรรณนาคไม่อาจจะกล่าวให้ สุทโธนาครู้เรื่องและก็มั่นใจว่าเม่นกับช้างไม่เหมือนกัน ท้ายที่สุดอีกทั้ง 2 ฝ่ายไม่เข้าใจกันและไม่มีทางเลือกอื่น ก็เลยประกาศทำศึกสงครามกันขึ้น 

ฝ่ายสุทโธนาคที่มีความโกรธเคืองสุวรรณนาคตั้งแต่มองเห็นเนื้อเม่นอยู่แล้ว ไม่รอคอยช้าออกคำสั่งให้มีการระดมไพร่พลรุกรบในทันที ข้างสุวรรณนาค ก็รีบเรียกระดมไพร่พลรับการต่อสู้เหมือนกัน จากที่ได้กล่าวขานกันมา พญานาคทั้ง 2 ทำศึกกันอยู่ถึง 7 ปี ต่างฝ่ายต่างอ่อนเพลีย ต่างสูญเสียไพร่พลไปเท่าๆกันด้วยเหตุว่าต่างข้างต่างจะเอาชนะกันให้ได้ เพื่อจะได้ครอบครองความยิ่งใหญ่ในหนองกระแสเพียงแต่ฝ่ายเดียว ทำให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในหนองกระแสเสียหาย ตกที่นั่งลำบากไปตามกัน ทำให้เหล่าเทวดาตกที่นั่งลำบากไปทั้งสามโลก 

ความลำบากทั้งหลายแหล่ได้รู้ไปถึงพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ สืบเนื่องจากเทวดาน้อยใหญ่ได้ไปเฝ้าพระอินทร์เพื่อร้องเรียนและก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พระอินทร์ได้ฟัง เมื่อพระอินทร์ได้ฟังความทุกข์ร้อนจากเหล่าเทวดาก็เลยได้หาวิธีการที่จะให้พญานาคทั้งสองฝ่ายหยุดทำสงครามกัน เพื่อความสงบสุขของไตรภพ พระอินทร์ก็เลยได้เสด็จจากสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมาที่มนุษย์โลก ที่หนองกระแส มูลเหตุที่เป็นสถานที่สร้างความทุกข์ร้อน ซึ่งพระอินทร์ได้บอกเป็นราชวโรงการว่า ให้ท่านทั้งคู่ควรหยุดรบกันเดียวนี้ สำหรับการสู้รบคราวนี้จัดว่าทั้งสองฝ่ายเท่ากันกำหนดให้หนองกระแสเป็นเขตปราศจากการรบ 

และก็ให้พญานาคทั้งคู่พากันสร้างแม่น้ำให้ได้ฝ่ายละหนึ่งสาย โดยเริ่มจากหนองกระแสใครสร้างถึงสมุทรก่อนที่จะมอบปลาบึกให้อยู่ในแม่น้ำที่นั้นเพื่อคุ้มครองป้องกันการทะเลาะของพญานาคทั้งคู่ก็เลยกำหนดให้ภูเขาไฟเป็นเขตกัน ใครผ่านไปรุกรานใครก่อนขอให้ไฟจากเทือกเขาพญาไฟเผาฝ่ายบุกก่อนเป็นจุลหายไปในทันทีทันใด เมื่อพระอินทร์ได้พูดเป็นราชวโรงการแล้ว สุทโธนาคก็พาไพร่พลอพยพจากหนองกระแสเริ่มสร้างแม่น้ำมุงหน้าไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส เมื่อสร้างไปถึงที่ใดคดโค้งก็สร้างไปตามนั้น ตามความยากง่ายสำหรับการสร้าง เนื่องจากว่าสุทโธนาคเป็นคนที่ใจร้อน 

แม่น้าที่สุทโธนาคสร้างก็เลยเรียกว่า แม่น้ำโขง คำว่าโขงมาจากคำว่าโค้ง ซึ่งก็คือ ไม่ตรง(วนเวียน) ฝั่งประเทศลาวเรียกว่า “แม่น้ำของ”ส่วนสุวรรณนาคเมื่อได้รับราชวโรงการจากพระอินทร์ก็พาบริวารไพร่พลย้ายถิ่น จากหนองกระแสสร้างแม่น้ำมุ่งตรงไปยังทิศใต้ของหนองกระแส 

สุวรรณนาคเป็นคนที่ตรง ประณีตบรรจงและก็มีความสุขุมการผลิตมีน้ำก็เลยจำเป็นต้องให้ตรง เพื่อสร้างให้ถึงจุดมุ่งหมายก่อน ตัวเองจะเป็นฝ่ายชนะ ก็เลยเรียกชื่อแม่น้ำที่สร้างชื่อว่า แม่น้ำน่าน เป็นแม่น้ำที่ตรงกว่าแม่น้ำทุกสายในประเทศไทยสำหรับในการสร้างแม่น้ำผลที่ตามมา สุทโธนาคสร้างแม่น้ำเสร็จก่อนตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับพระอินทร์ 

ฉะนั้นปลาบึกก็เลยอยู่ในแม่น้ำโขง ตามคำพูดต่อๆกันมา แล้วก็หากเอาน้ำจากแม่น้ำโขงรวมทั้งแม่น้ำน่านมาผสมกัน เก็บเอาไว้ภายในขวดเดียวกันจะก่อให้ขวดแตก แต่ว่ากรณีนี้ยังไม่มีคำกล่าวขานเป็นตำนานว่ามีผู้คนทำ 

เมื่อสุทโธนาคได้สร้างแม่น้ำโขงเสร็จและมีปลาบึกในแม่น้ำโขงที่เป็นข้างสร้างแม่น้ำชนะสุวรรณนาคตามคำสัญญาก็เลยได้แสดงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์ เดินทางไปเฝ้าพระอินทร์ที่สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และก็ทูลขอถามพระอินทร์ว่า ตัวข้าพเจ้าเป็นชาติเชื้อพญานาค ถ้าเกิดจะอยู่บนโลกกับมนุษย์นานเหลือเกินก็มิได้หรอก 

ก็เลยขอจากพระอินทร์ให้มีทางขึ้น-ลง ระหว่างโลกมนุษย์กับบาดาลเอาไว้ 3 ที่ และก็ถามพระอินทร์ว่าจะให้สุทโธนาครอบครองอยู่ที่ไหน พระอินทร์ก็อนุญาตให้มีทางขึ้น-ลง ของพญานาคไว้ 3 ที่เป็น1. 

ทางขึ้น-ลง ที่แรกหมายถึงพระธาตุหลวงนครเวียงจันทน์ ในตอนนี้ 2. ทางขึ้น-ลง แห่งที่สองเป็นหนองคันแทเสื้อน้ำ ตอนนี้เป็น ดอนกำ 3. ทางขึ้น-ลง แห่งที่สามหมายถึงพรหมประกายโลกหมายถึงคำชะโนด ในตอนนี้


ทางขึ้น-ลง แห่งที่ 1 แล้วก็ 2 เป็นทางขึ้นลงสู่เมืองบาดาลของพญานาคเพียงแค่นั้น ส่วนแห่งที่ 3 พระพรหมประกายโลกเป็น พระพรหมได้กลิ่นไอดิน แล้วพระพรหมเทวดาลงมารับประทานดิน กระทั่งสิ้นฤทธิ์ แปลงร่างเป็นมนุษย์ หรือผู้ให้กำเนิดมนุษย์ ให้สุทโธนาคตั้งบ้านเมืองครอบครองซึ่งมีต้นชะโนดเกิดขึ้นเป็นเครื่องหมาย 

ที่นำเอาต้นมะพร้าว ต้นหมาก ตาลมาผสมพันธ์มั่นใจว่าว่าฯลฯไม้บรรพกาล โดยให้สุทโธนาคมีลักษณะแล้วก็เป็นอยู่ใน 30 วันดังต่อไปนี้หมายถึงข้างขึ้น 15 วัน ให้สุทโธนาคแล้วก็บริวารแปลงร่างเป็นมนุษย์ เรียกว่า เจ้าพญาศรีสุทโธ มีวังนาคินทร์เป็นที่อยู่ที่อาศัยแล้วก็อีก 15 วันข้างแรม ให้สุทโธนาคพร้อมบริวารเปลี่ยนร่างเป็นนาค เรียกว่า พญานาคราชศรีสุทโธ 

โดยอาศัยในเมืองใต้บาดาลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งพุทธกาลจากปี พุทธศักราช 2500 ถอยหลังไป ประชาชนม่วง ประชาชนเมืองพนาลัย ประชาชนวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จะพบเจอชาว เมืองคำชะโนดทั้งหญิงและก็ชายบ่อยมากในลักษณะที่ไปยืมเครื่องทอผ้าที่เรียกว่า หูก ที่มีไม้ทอผ้าเป็นฟืม ไปทอผ้าอยู่บ่อยแล้วก็ปาฏิหาริย์อุทกภัยใหญ่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

ปาฏิหาริย์ ตำนานความเป็นมา

คําชะโนด อุดรธานี ปี พุทธศักราช 2519 รวมทั้งพื้นที่ในอำเภอบ้านดุงทุกพื้นที่ แต่ว่าน้ำไม่ท่วมถึงรอบๆคำชะโนด ปาฏิหาริย์อีกรอบหนึ่ง นายคำตา ทองสีเหลือง ซึ่งเป็นประชาชนวังทองคำ ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในขณะนี้ ได้เกิดความบ้าคลั่งอยู่ 

โดยประมาณ 1 อาทิตย์ วงศ์ญาติได้ทำรักษาทางเวทย์มนต์ซึ่งรียกว่า หมอธรรม พี่น้องได้รักษา รวมทั้งระวังเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด แม้กระนั้นไม่รู้ว่าการเฝ้าเผอเรอยังไง นายคำตา ทองสีเหลือง หายไปแบบไม่ทราบต้นสายปลายเหตุว่าไปไหน ไม่มีคนทราบ ถัดมาราวๆสัก 6 ชั่วโมงได้ นายคำตา ทองสีเหลืองได้กลับมา 

ญาติพี่น้องกำลังอยู่ในอาการที่สะดุ้งว่าหายไปไหนมา ไปได้ยังไง นายคำตา ทองสีเหลือง ก็ได้เล่าเหตูการณ์ให้ฟังว่า ตัวเองได้ไปที่เมืองคำชะโนด เจ้าพญาศรีสุทโธได้จัดให้มีการแข่งเรือแล้วก็แข่งขันชายงามที่เมืองคำชะโนด 

รวมทั้งเล่าเมืองคำชะโนดให้พี่น้องฟังทั้งหมดทั้งปวง ผลของการแข่งขันชายงามได้รับรางวัลชนะที่ 1 เมืองคำชะโนดเป็นเมืองที่งามประณีตบรรจง แปลกประหลาด ไม่เหมือนกับบ้านเมืองพวกเรามากมาย ผู้คนแต่งตัวเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยสดงดงามมาก เพศหญิงแต่งตัวชุดสีขาว เพศชายใส่ชุดต้องปลากระเบน 

ปาฏิหาริย์ครั้งต่อมาซึ่งเกิดขึ้นผ่านมาราวๆ 20 ปีเป็น สถานะการณ์ผีว่าจ้างหนัง โดยการได้รับการบอกเล่าจากบริการฉายภาพยนตร์เป็น แจ่มจันทร์ภาพยนตร์ คำชะโนด มีลักษณะเป็นเกาะกึ่งกลางน้ำ หนองมีต้นชะโนดเกิดขึ้นรวมกันเป็นกรุ๊ป ในพื้นที่โดยประมาณ 20 ไร่ 

ซึ่งฯลฯไม้ที่เกือบจะไม่มีในประเทศไทย นับว่าตรงนี้เป็นที่เดียว ที่เจอรวมทั้งมีประวัติศาสตร์ช้านานมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ข้างในเกาะคำชะโนดยังมีแอ่งน้ำอำนาจสิทธ์เรียกว่า บ่อคำชะโนด เป็นน้ำใต้ดินที่ใส

 ซึ่งทางจังหวัดอุดรธานีได้เลือกจากแอ่งน้ำนี้นำไปร่วมพิธีการหลักๆเสมอ และก็ยังมีศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ ที่ประชาชนให้ความนับถือในความศักดิ์สิทธิ์แล้วก็มีปาฏิหาริย์ให้ได้มองเห็นมาโดยตลอด โดยมีความเห็นกันว่าเป็นสถานที่อาศัยของพญานาคราชแล้วก็ใช้ทางขึ้น-ลงติดต่อระหว่างเมืองบาดาลกับเมืองมนุษย์ หนองน้ำศักดิ์สิทธิ์ในคำชะโนด มีความคิดว่าเป็นทางขึ้นลงของพญาสุทโธนาค เสด็จจากเมืองบาดาลขึ้นมาเมืองมนุษย์ และก็เป็นทางที่เชื่อมต่อสู่สุคติเมื่อก่อนมีลักษณะเป็น ทรงกลม 

ปัจจุบันนี้ได้ปรับปรุงแก้ไขรอบๆรอบบ่อมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม เมื่อปี พุทธศักราช 2530 ซึ่งทางจังหวัดอุดรธานีได้เลือกเอาน้ำในบ่อศักดิ์สิทธิ์ ไปร่วมพิธีการมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา วันที่ 5 ธ.ค.ในบริเวณพิธีสนามหลวงทุกปี คำชะโนด หรือพระพรหมประกายโลก เป็นสถานที่พระพรหมและก็เหล่าเทวดาลงมารับประทานดินกระทั่งสิ้นฤทธิ์ไม่สามารถที่จะกลับสู่สรวงสวรรค์ได้ แม้กระนั้นยังมีฤทธิ์ มีอำนาจเหนือมนุษย์เป็นลักษณะครึ่งเทวดาครึ่งมนุษย์ สามารถปรากฏกายให้มนุษย์แลเห็นตัวได้ 

ซึ่งพรหมพวกนั้นชาวบ้านเรียกตามความเชื่อถือว่า ผีบังบด หรือ เทพบังบด ซึ่งมีตำนานเล่าขานตกทอดมาตลอดว่าผีบังบดมายืมฟืมทอผ้าที่บ้านเมืองไพร นายคำตา ทองสีเหลือง ถูกนำตัวไปแข่งขันประกวดชายงามที่ เมืองบาดาลคำชะโนด ผีจ้างหนัง จากตำนานบอก ของหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธา

ซื้อหวยออนไลน์ จากเลขคำชะโนดเลยที่นี่

HUAYCLUB ข่าวหวย เลขเด็ด เลขดัง อัพเดททุกวัน กระชับ เรียบง่าย ติดตามเราไว้ พรุ่งนี้จะมีอะไรมาฝาก ซื้อหวยออนไลน์ กับระบบ ที่ทันสมัย ถ้าถามถึงจุดเด่น ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นความมั่นคงทางการเงิน ได้เงินชัวร์การันตีเลย


ซื้อ เลขเด็ด คําชะโนด อุดรธานี ทำไมต้องเลือก ซื้อหวยออนไลน์ กับเรา จุดเด่น คือ มีการเงินที่มั่นคง จ่ายจริง รับแทงหวยออนไลน์ อย่าลืม ซื้อหวยออนไลน์ กับเว็บของเรา เพราะ HUAYCLUB เป็นเว็บหวยออนไลน์ บาทละ 900 ที่จ่ายหนัก ๆ พร้อมทั้งยังเปิดบริการหวยออนไลน์ ครบวงจร มีทุกหวยที่ท่านต้องการเเทง เเถมยังจ่ายหวยรัฐบาลสูงสุดถึง บาทละ 900 กันเลยทีเดียว จ่ายเเพงกว่านี้ไม่มีอีกเเล้ว สมัครกับเรา HUAYCLUB -> หวยยี่กี หวยฮานอย